ย้อนรอยคดีเด็ก 13 ฆาตกรรมยายทวด ปล้นเงินไปซื้อกัญชา-พิซซ่า ถูกจับดำเนินคดีแบบผู้ใหญ่


430 shares

ย้อนกลับไปในปี 2013 เกิดคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญขึ้น เมื่อเด็กวัย 13 ปี 2 คนร่วมมือกันทำร้ายร่างกาย ‘ทวด’ ของหนึ่งในนั้นจนถึงแก่ชีวิต และปล้นเงินของมีค่าเพื่อนำไปซื้อพิซซ่าและกัญชา

แน่นอนว่ามันกลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงกันอย่างแพร่หลายที่ต่างประเทศ เพราะสุดท้ายแล้วเด็กทั้ง 2 คน ต้องรับโทษแบบผู้ใหญ่ เรื่องราวมีความเป็นอย่างไร วันนี้ #เหมียวหง่าว จะขอพาเพื่อนๆ ไปย้อนรอยเหตุการณ์ที่ว่ากันครับ

 

วันเกิดเหตุฆาตกรรม

 

เหตุการณ์ฆาตกรรมอันน่าสลดนี้เกิดขึ้นในเมือง Sheboygan Falls รัฐวิสคอนซิน ประเทศสหรัฐอเมริกา

ก่อนอื่นต้องเท้าความก่อนเลยว่าในเมืองแห่งนี้เป็นเมืองที่สงบมากๆ ไม่มีเหตุฆาตกรรมเกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 1996 แล้ว

แต่ทว่าในปี 2012 ก็เกิดเหตุการณ์น่าสลดขึ้น เมื่อคุณยาย Barbara Olson วัย 78 ปี ถูกรุมทำร้ายด้วยค้อน และขวาน จนถึงแก่ชีวิต ด้วยน้ำมือของเด็กชายวัย 13 ปี 2 คน และหนึ่งในนั้นก็เป็นเหลนของเธอ!?

 

Barbara Olson

 

ในช่วงบ่ายของวันที่ 17 กันยายน 2012 คุณแม่ของเด็กชาย Nathan ขับรถมาส่งเขาที่บ้าน ซึ่งเด็กชาย Antonio ผู้ก่อเหตุอีกคนหนึ่งก็อาศัยอยู่ในละแวกบ้านใกล้เคียงกัน (ทั้งสองคนเป็นเพื่อนสนิทกัน)

หลังจากที่แม่ของ Nathan ขับรถออกไป ทั้งสองคนก็แอบย่องเข้าไปซ่อนในโรงรถบ้านของคุณยาย Barbara ซึ่งเป็นทวดของเด็กชาย Antonio

ก่อนที่จะแอบเข้าไปที่ห้องครัวผ่านประตูเชื่อมในโรงรถ เมื่อคุณ Barbara มาเห็นเข้า ก็เลยหันหลังและเดินไปที่โทรศัพท์เพื่อโทรแจ้งคุณแม่ของ Antonio ว่าลูกชายมาเล่นอยู่ที่บ้านของตน

 

บ้านหลังเกิดเหตุ

 

ระหว่างนั้น คุณยาย Barbara ก็ถูกเด็กชายทั้งสองใช้อาวุธเป็นค้อน และขวาน ทุบเข้าที่ด้านหลังอย่างรุนแรง คุณยายล้มลงไปกับพื้น แต่ก็ยังใช้มือปิดป้องหัวของตัวเองไว้ พร้อมกับบอกให้เด็กทั้งสองหยุด

แต่เด็กทั้งสองคนก็ยังคงทุบตีคุณยายต่อไปเรื่อยๆ พร้อมกับพยายามลากร่างของคุณยายที่เปื้อนเลือดไปที่โรงรถ พยายามที่จะขนร่างของเธอไว้ในรถ ก่อนที่จะรู้ตัวเองว่ายกไม่ไหว ก็เลยปล่อยทิ้งเอาไว้ที่โรงรถทั้งอย่างนั้น

 

ภาพถ่ายคู่กันระหว่าง ทวด Barbara และ Antonio สมัยเด็กๆ

 

ทั้งสองคนเข้าไปในบ้าน ขโมยเงินสดมูลค่า 155 เหรียญสหรัฐ (4,760 บาท) และเครื่องประดับอีกจำนวนหนึ่ง ก่อนจะขับรถเธอหนีไป และเอาไปจอดทิ้งไว้ที่จอดรถของลานโบว์ลิงในเมือง Sheboygan พร้อมกับทิ้งกุญแจคารถเอาไว้ด้วย

ในรถก็มีการทิ้งเครื่องประดับที่ขโมยมาจากบ้านของคุณยาย ซึ่งตรงนี้เจ้าหน้าที่สืบสวนคาดว่า เด็กทั้งสองคนน่าจะเตรียมการมาเป็นอย่างดี

เพราะจากรูปเหตุการณ์แล้ว ดูเหมือนเด็กทั้งสองคนจงใจให้มีคนมาขโมยรถคันนี้ไป เพื่อที่จะกลายมาเป็นแพะเพื่อรับผิดการฆาตกรรมคุณยาย Barbara

ส่วนเงินที่พวกเขาอุตส่าห์วางแผน ลงมือฆาตกรรมหญิงชรา จำนวน 155 เหรียญฯ นั้น ก็ได้นำไปซื้อกัญชา และพิซซ่า (เท่านั้นเอง)

 

ถูกจับตัว

 

หลังจากเกิดเหตุผ่านไป 2 วัน Judy Offutt ลูกสาวของคุณยาย Barbara (ยายของ Antonio) ขับรถผ่านหน้าบ้านของเธอและพบว่ามันผิดปกติ เพราะไม่ได้เห็นเธอออกจากบ้านมา 2 วันแล้ว

 

Antonio และ Nathan ผู้ก่อเหตุ

 

ก็เลยเข้าไปส่องดูที่โรงรถ และพบว่ารถหายไป ก่อนที่จะเปิดประตูโรงรถและพบร่างไร้วิญญาณของคุณยาย Barbara นอนอยู่บนพื้น

หลังจากนั้น 12 ชั่วโมงต่อมา Nathan และ Antonio ถูกจับกุม ในข้อหาเป็นผู้ลงมือฆาตกรรมคุณยาย Barbara

เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจพบเสื้อผ้าเปื้อนเลือดของ Antonio ถูกซ่อนไว้ในล็อกเกอร์ของเขา ส่วนเสื้อผ้าของ Nathan ถูกพบฝังอยู่ในบริเวณบ้านของเขาเอง

 

การตัดสินคดีความ

 

ในปี 2013 ทั้งสองคนต้องขึ้นศาล และถูกตัดสินให้มีความผิดฐานก่ออาชญากรรมขั้นรุนแรงสูงสุด และต้องรับโทษแบบผู้ใหญ่ ทั้งๆ ที่ยังเป็นเยาวชน

 

(*สาระน่ารู้ : ในสหรัฐอเมริกา บางรัฐมีกฎหมายให้จำคุกเยาวชน ที่มีอายุมากกว่า 7 ปีขึ้นไป ด้วยโทษแบบผู้ใหญ่ เมื่อพวกเขาก่อคดีฆาตกรรมและความรุนแรง

ไม่ว่าจะเป็นการจำคุกเป็นระยะเวลายาวนาน การกักบริเวณ และจำคุกอยู่ในเรือนจำของผู้ใหญ่ แต่ไม่มีโทษประหารชีวิต)

 

ระหว่างการตัดสินคดี ทนายจำเลยได้แก้ต่างให้เด็กชาย Nathan ว่าเขาถูกเพื่อนสนิท Antonio ชักจูงให้ก่อเหตุดังกล่าว แต่ไม่ได้ตอบรับด้วย ทำให้ Antonio ตัดสินใจลงมือก่อเหตุแต่เพียงผู้เดียว

 

ขวานที่ใช้ก่อเหตุ

 

ทว่า Nathan ยอมรับ และสารภาพว่าตนเองใช้ค้อน ลงมือทำร้ายร่างกายของคุณยาย Barbara และตีลงไปแค่ 2 ครั้งเท่านั้น แต่ที่ทำลงไปนั้นเพราะกลัวว่า Antonio จะหันมาทำร้ายเขา พร้อมกับอธิบายให้ศาลฟังถึงความน่ากลัวของ Antonio

แต่จากการชันสูตรศพของคุณยาย Barbara แล้วพบว่า ร่างกายของเธอมีร่องรอยจากการถูกของแข็งทุบ และรอยแผลที่เกิดจากของมีคม รวมกันมากกว่า 27 แผล จึงเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะทุบเพียงแค่ 2 ครั้งตามที่กล่าวอ้าง

 

Antonio

 

ก่อนที่ทนายจำเลยจะออกมาแก้ต่างให้ Antonio ว่าเขาเคยประสบอุบัติเหตุในปี 2009 จนทำให้มีปัญหาเกี่ยวกับสมอง ในส่วนการตัดสินใจก่อเหตุอาชญากรรม แต่ข้ออ้างดังกล่าวก็ถูกปัดตกไป

โดยอัยการ Joe DeCecco ให้เหตุผลว่า “เหตุอาชญากรรมแบบนี้ ไม่สามารถปล่อยผ่านไป แล้วตอบคำถามเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นด้วยปัญหาเกี่ยวกับสมองนะครับ”

แม้จะมีข้ออ้างต่างๆ มากมาย ที่หยิบยกขึ้นมา รวมไปถึงพยายามที่จะนำคดีความที่เกิดขึ้นนี้ไปตัดสินใหม่ที่ศาลเด็กและเยาวชน ที่จะทำให้เด็กทั้งสองไม่ต้องติดคุก

แต่ทางด้านผู้พิพากษา Timothy Van Akkeren ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ทนายจำเลยยกมาทั้งหมด เขากล่าวว่า

“นี่เป็นเหตุอาชญากรรมที่เลวร้ายที่สุด ในชีวิตการทำงานของผมตลอด 24 ปีเลย ผมไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน มันไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นได้โดยธรรมชาติ ไม่ใกล้เคียงเลยสักนิด”

 

Nathan

 

ก่อนที่จะตัดสินให้ Nathan มีความผิดข้อหามีส่วนร่วมในการเจตนาก่ออาชญากรรมขั้นรุนแรงสูงสุด ด้วยโทษจำคุกตลอดชีวิต ขั้นต่ำ 31 ปี

ส่วน Antonio ก็ถูกตัดสินให้มีความผิดข้อหา เจตนาก่ออาชญากรรมขั้นรุนแรงสูงสุด ด้วยโทษจำคุกตลอดชีวิต ขั้นต่ำ 35 ปี

และเมื่อ Nathan กับ Antonio อายุได้ 49 ปี พวกเขาจะมีโอกาสได้ออกมาสัมผัสกับชีวิตที่มีอิสรภาพอีกครั้ง ‘ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาปฏิเสธที่จะมอบให้กับคุณยาย Barbara ตอนที่เธอพยายามร้องขอในวันเกิดเหตุ’

 

เรียบเรียงโดย #เหมียวหง่าว

 

ที่มา : praticalethics, morbidology


ชอบล่ะสิ!? แชร์ได้เลยนะ

430 shares

รู้สึกยังไงกับเรื่องนี้!?

ถูกใจ ถูกใจ
3
ถูกใจ
เลิ๊ฟ เลิ๊ฟ
1
เลิ๊ฟ
ฮ่าฮ่า ฮ่าฮ่า
1
ฮ่าฮ่า
หู้ววว หู้ววว
0
หู้ววว
เสียใจ เสียใจ
2
เสียใจ
โกรธ โกรธ
3
โกรธ
เหมียวหง่าว

0 ความคิดเห็น

คอมเมนต์ผ่านเฟซบุ๊ก...

คอมเมนต์

เลือกรูปแบบเนื้อหา
ข่าว-บทความ
บทความ ข่าวสารน่าสนใจ พร้อมรูปภาพและวิดีโอประกอบเนื้อหา
บทความจัดอันดับ
สร้างบทความจัดอันดับ ในเรื่องราวต่างๆ
โพลแสดงความเห็น
สร้างโพล แล้วเชิญชวนเพื่อนๆ เข้ามาโหวตกันในประเด็นต่างๆ
จัดอันดับ ที่ทุกคนร่วมโหวตได้
อันไหนดี.. อันไหนไม่ดี.. คุณไม่ได้แค่อ่าน แต่มีสิทธิ์โหวตตัดสินด้วย
ประกวดภาพ-เรื่องราว
โหวตให้เนื้อหาที่ดีที่สุด ซึ่งคุณก็สามารถส่งภาพ-เรื่องราว มาเข้าร่วมกันได้...
ทดสอบความรู้
สร้างควิซขึ้นมา แล้วเอาไปให้เพื่อนๆ ลองเล่นสิว่าจะได้สักกี่คะแนน!?